H.B.D Kim Heechul
posted on 10 Jul 2008 01:16 by durexy
สุขสันต์วันเกิดคุณนายอีกคราแล้ว 26 แล้วน่อ ขอให้พี่ฮีชอลมีความสุขมากๆนะคะ เดี๋ยวเราก็จะได้พบกันแล้ว ><
วันนี้ไม่รู้จะทำอะไรให้อ่ะ - - ขอโทษละกันนะคะพี่
สุขสันต์วันเกิดคุณนายอีกคราแล้ว 26 แล้วน่อ ขอให้พี่ฮีชอลมีความสุขมากๆนะคะ เดี๋ยวเราก็จะได้พบกันแล้ว ><
วันนี้ไม่รู้จะทำอะไรให้อ่ะ - - ขอโทษละกันนะคะพี่
( -/\- ) ขออภัยคร้าบบบ พี่น้อง ปล่อยบลอคนอนแน่นิ่งเสียหลายเดือน เพิ่งสำนึกได้ว่าควรจะมาปัดกวาดของตัวเองซะบ้าง - -" ขออภัยจริงๆ
ที่จริงมีเรื่องที่อยากจะอัพหลายเรื่องอ่านะ..............แต่ ตอนนี้เรียบเรียงความคิดไม่ถูกแล้ว - -"
ที่แน่ๆเรื่องนึงล่ะ 27/05/2008 งานแถลงข่าวคอนฯ 2ปี 2เดือน 9วัน ที่รอคอย พี่ฮีชอล ในที่สุดพี่ก็มา ฮึกๆๆ ฮือๆๆ(ร้องจริงๆนะเอ้า) สติแตก ตอนนั้นไม่รู้ว่าสติไปไหนแล้ว แค่เห็นหน้าพี่ชัดๆไม่ผ่านจอสี่เหลี่ยม น้ำตาไหลพรากวิ่งไปซบส้มนุ่น(นูอิค ช้านขอโทษ T^T) ถึงแม้ว่ามาคราวนี้จะเห็นได้ไม่เยอะเท่ากับที่ตามทุกๆครั้ง แต่คุณค่าทางจิตใจนี่ไม่ได้ต่างกันเลย ............. โอป้า รักนะ มากๆด้วย ฮือๆๆ
ตอนนี้เรามาโบกธง ฮันซิน กันเถอะ ฮ่าๆๆ

![]()
สุขสันต์วันวาเลนไทน์คร้าบทุกท่าน..............ลัลล้า ได้เท่านี้ตามประสาคนไม่มีแฟน T_T
แต่โปรโมชั่นความสุขต่อเนื่องยังไม่หมด............เมื่ออาทิตย์ก่อนไปตาม น้องวอนกะตาบอมมา อะโลฮ่าได้อีกก หล่อลากกระชากไส้กันไปตามระเบียบ คราวหน้ามาแพคทีม ใครก็ได้จองวัดไว้ให้ไอ้โอ้ด้วย ขาดใจตายคากองทัพปู้จายก็ยอม
ว่าด้วยเรื่องเทศกาลแห่งความเศร้าของคนไร้เงาแฟนกันดีกว่า ปีนี้......ในที่สุดไอ้โอ้ก็รีดไถฟิคจากหัวตัวเองได้แล้ว ป่วงๆป่วนๆ เบลอๆ สับสนพะวงกันได้อีก -*- เป็นพลอตที่ได้จากเพลงๆหนึ่ง อ่านแล้วนึกถึงเพลงไหนรบกวนบอกกันสักนิด ว่าเพลงเดียวกันรึป่าว จะได้ซึ้งถึงประสิทธิภาพตัวเอง ว่าควรจะแต่งเรื่องอื่นต่อไปดีหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ลงบลอคตัวเอง >///< เขิลล์จัง
คำเตือน :: ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเท่านั้นนะคะ ใครใคร่อ่านและรับได้ก็เชิญค่ะ แต่ถ้าคิดว่ารับเรื่องแบบนี้ไม่ได้แล้วทะลึ่งอ่านจะมาว่ากันทีหลังไม่ได้นะคะ
Happy Valentine...My friend.
Feat : Hangeng x Heechul
Status : Short fic. ตอนเดียวจบ
วันแห่งความรักอีกครั้งแล้วซินะ
มันเป็นวันที่ทำให้ผมรู้สึกเหงาทั้งๆที่ตัวเองกำลังมีความสุข.....................ฟังแล้วสับสนใช่มั้ย
สุขที่ได้อยู่กับคนที่รัก แต่เหงาเพราะไม่ได้รัก
.
.
.
"ฮัน ทำไมเราต้องออกมานั่งแกร่วกินข้าวกันสองคนทุกปีแบบนี้ด้วยเนี่ย" ผมตัดสินใจทำลายความเงียบหลังทานข้าวกันมาได้สักพักหนึ่ง
"นายก็ลองไปมีแฟนแบบคิบอมดูดิ จะได้ไปกินข้าวกับแฟนแบบมันกะทงเฮไง"
"แล้วทำไมนายไม่ลองหาแฟนดูมั่งอ่ะ" ขอย้อนสักนิดเหอะ ดูมันแนะนำ -*-
"ไม่ใช่ไม่หา แต่หาแล้วไม่ได้ตะหาก"
"เรื่องมากอ่ะดิ"
"เปล่า เขาไม่เอา"
"นี่ ประชดฉันรึป่าวเนี่ย" -*- ใครๆก็รู้ว่าผมอกหักมาได้พักใหญ่ๆแล้ว
"งั้นมั่ง"
มันจะมาย้ำทำซากอะไรไม่ทราบ......................ครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเท่าไรหรอก ก็แค่ไปชอบเขาแล้วเขาไม่ชอบตอบ ก็เท่านั้นเอง(เหร๊อออ)
ผมแค่อยากรู้ว่าจะมีใครที่ผมจะรู้สึกพิเศษได้เท่าเขารึป่าว......................ไม่เลย เขาคงเป็นที่สุดในใจผมเหมือนเดิม แถมจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ มานั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนปลอบใจเพราะเข้าใจว่าผมอกหักจริงๆ
ถึงตอนนี้ผมกับเขาจะไม่ได้อยู่หอเดียวกันเหมือนแต่ก่อน แต่วาเลนไทน์นี้ผมก็ออกมากินข้าวกับเขาแค่สองคนอยู่ดี........................หึหึ ก็ไอ้รูมเมทผมมันมีเสี่ยเลี้ยงแล้วนี่ -*-
ตอนแรกที่ต้องย้ายหอ ใจหายอยู่เหมือนกัน จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกหรือ................ผมก็ไม่ได้สนิทอะไรกับเขามากหรอก แค่มองตากันแล้วเข้าใจก็เท่านั้นเอง
แต่ผมจะไปแย้งผู้ใหญ่ได้อย่างไร ตราบใดที่เรายังอยู่วงเดียวกัน ทำงานด้วยกัน ออกมาเจอกันบ้าง มันก็คงไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไรนักหรอก
แล้วการที่ผมย้ายไปอยู่กับจองซูอาจทำให้หัวใจผมที่ต้องเต้นระรัวอยู่ตลอดมันสงบขึ้นบ้างก็ดีเหมือนกัน ที่สำคัญจองซูเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับเพื่อนสนิทคนนั้น
"ทำไมนายไม่บอกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะฮีชอล"หัวหน้าวงที่มีศักดิ์เป็นพี่ 9 วัน ถามผมในคืนวันก่อน
"หึหึ" ผมได้แต่หัวเราะในลำคอ
"ฮีนิมผู้มั่นใจในตัวเองเสมอไปไหนซะล่ะ"
"คราวที่แล้ว ฮันเกิงก็พูดกับฉันแบบนี้ แล้วเป็นไงล่ะ" ผมนึกถึงความรู้สึกที่ถูกปฏิเสธจากผู้หญิงคนหนึ่ง คราวนั้นผมทำใจได้ แต่คราวนี้...............ผมทำใจไม่ได้แน่นอน
"ผู้หญิงเขาไม่ได้เข้าใจนายเหมือนที่ฮันคยองเขาเข้าใจนายนี่" เมทผมมันยังพยายามยุผมต่อไป
"อย่าดีกว่าจองซู ผู้หญิงเรายังเลือกที่จะไม่พบเขาได้ แต่กับเขา..............เรายังต้องเจอกันอยู่" ผมเลือกที่จะรักษาความเป็นเพื่อน ไม่อยากให้คำๆเดียวมาทำลายความสัมพันธ์..........ของเรา
.
.
.
อยู่อย่างนี้ก็มีความสุขดีแล้ว
.....................................................................................................................................................................................................
วันแห่งความเหงามาเยือนอีกครั้งแล้วซิ
ผมนั่งมองคู่รักที่จับจูงมือเดินผ่านไปมาหน้ากระจก................................เหงา ทั้งที่คนที่รักอยู่ตรงหน้า......................คนที่รัก.......แต่ไม่ใช่คู่รัก
.
.
.
"ฮัน ทำไมเราต้องออกมานั่งแกร่วกินข้าวกันสองคนทุกปีแบบนี้ด้วยเนี่ย"
"นายก็ลองไปมีแฟนแบบคิบอมดูดิ จะได้ไปกินข้าวกับแฟนแบบมันกะทงเฮไง" ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ถ้าเขาทำตามจริงๆล่ะ
"แล้วทำไมนายไม่ลองหาแฟนดูมั่งอ่ะ"
"ไม่ใช่ไม่หา แต่หาแล้วไม่ได้ตะหาก" ตอบเลี่ยงๆไปเรื่อยเปื่อย
"เรื่องมากอ่ะดิ"
"เปล่า เขาไม่เอา"
"นี่ ประชดฉันรึป่าวเนี่ย"
"งั้นมั่ง" แต่จริงๆผมไม่ได้ประชดนะ เพียงแต่ไม่รู้จะตอบอะไร
เพราะกลัว
กลัวคำๆหนึ่งจะพลั้งออกไป คำที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก...................ติดอยู่ที่หัวใจ
ตั้งแต่ผมไม่ได้อยู่กับเขา มันทำให้ผมเริ่มตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรา คำว่า "เพื่อน" ที่ผูกพันกันมานาน....................จนมันแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเมื่อใด ผมเองก็ไม่รู้ตัว
รู้เพียงแต่ว่าภายใต้สีหน้าที่เชิดหยิ่ง ความมั่นใจที่ท่วมท้น หรือ กิริยาต่างๆที่ทำให้น้องๆสะพรึงกลัวนั้น แท้จริงกลับเป็นคนที่ขี้เหงาและคิดมาก..................เฝ้าสังเกตตั้งแต่เมื่อไรกัน
ผมเคยคิดที่จะบอกความรู้สึกออกไป................แต่ก็ได้แค่เก็บไว้ในใจ
' ฮัน ฉันเจอคนที่ฉันรักแล้ว ' อึก...................คำว่า 'รัก' ของผมจึงต้องย้อนกลับลงไป
"แล้วนายบอกเขาไปรึยังล่ะ"
'ยังอ่ะ ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี'
"ก็บอกเขาไปเลยซิ"
' อืม เดี๋ยวฉันจะลองไปบอกเขา '
จนวันที่ผมเจอเขานั่งกินเหล้าคนเดียวในห้อง ไม่ยอมเปิดไฟ ดูจากสภาพและสิ่งแวดล้อม ' คงพูดออกไปแล้วซินะ.............แล้วคงไม่สมหวัง '
"ไง" ผมทักออกไป
"หึหึ ก็บอกไปแล้ว...........ฉันมันก็แค่ผู้ชายบ้าๆคนหนึ่ง"
"ไม่เป็นไรหรอก นายทำดีที่สุดแล้ว ยังไงนายก็ยังมีฉันนะฮีชอล" ใช่ นายยังมีฉัน......ที่ "รัก" นาย
"ขอบใจ ฮัน นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย" ฉึก!! ใช่ ฉันเป็น "เพื่อน" ที่ดีที่สุดสำหรับนายเสมอ..............................นายคงอยากรักษาคำๆนี้ไว้ตลอดไปใช่มั้ยฮีชอล
.
.
.
แค่ฉันได้อยู่เป็น เพื่อน เคียงข้างนายอย่างทุกวันนี้...........ก็พอแล้ว
....................................................................................................................................................................
ผมกลับมาที่หอ ฮันมากับผมด้วย วันนี้ทุกคนคงกลับดึกอยู่แล้ว.............................ดีไม่ดีอาจจะไม่กลับ
เรากลับมาดื่มเหล้าต่อกันที่หอ กับแกล้มเป็นข้าวผัดปักกิ่ง......................ถึงจะไม่ค่อยเข้ากัน แต่ก็เป็นรสชาติที่คุ้นเคย
ดื่มกันไปได้สักพัก แอลกอฮอลล์ที่แทรกซึมอยู่ในกระเพาะเริ่มส่งผลต่อความนึกคิด
"ฮัน นายมีคนรักรึยัง" ผมถามจริงจังนะ ไม่ใช่ว่าเพราะเมา แต่ยอมรับว่าแอลกอฮอลล์ทำให้กล้ามากขึ้น
เขาเงยหน้ามองผม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแอลกอฮอลล์รึป่าว ผมถึงเห็นแววตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน...................มันดูจริงจัง และรู้สึกทำให้ผมปั่นป่วนอย่างประหลาด มันเหมือนไม่ใช่แววตาของฮันคยองคนซื่อที่ผมรู้จัก
"ถ้าหมายถึงคนที่ฉันรักล่ะก็.............มี" ทำไมในตอนท้ายแววตาเขาถึงดูเศร้าไปนะ
"เหรอ..............ฉันก็อยู่กะนายตลอด ทำไมไม่รู้เลยอะเนี่ย" ผมกระเซ้าทีเล่นทีจริงให้เพื่อนคลายเศร้า "แอบไปมีหลังฉันออกจากหอรึป่าว"
"เปล่า รักมานานแล้ว...........นานแล้ว" เสียงในตอนท้ายแผ่ว แต่ผมยังได้ยินทุกคำ นานแล้ว อย่างนั้นหรือ ทำไมผมไม่เคยรู้เลยล่ะ
.
.
.
เหมือนใจมันหายไปเป็นธาตุอากาศ ความรักที่เขามีโดยที่ผมไม่รู้ ....................................ผมควรเจ็บเพราะอะไร เขามีคนที่รักโดยที่ผมไม่รู้ หรือ รู้ที่เขามีคนที่รัก
.................................................................................................................................................................................
ผมตามเขากลับมาที่หอด้วย เพราะต้องรู้ว่าไม่มีใครอยู่แน่นอน วันแห่งความสุขอย่างนี้ใครจะรีบกลับมากัน
ผมทำข้าวผัดเป็นแกล้มเหล้า เราดื่มกันไปสักพัก โดยที่ไม่ได้พูดอะไร
"ฮัน นายมีคนรักรึยัง" เขาถามอะไรของเขาน่ะ แต่คิดว่าเขาคงอยากจะชวนคุยในเรื่องที่น่าจะเหมาะกับวันแบบนี้
ผมเงยหน้ามองเขา ก็เห็นแววตาท่าทางจริงจัง ผมจึงมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น.................................นายต้องการคำตอบจริงๆหรือฮีชอล
"ถ้าหมายถึงคนที่ฉันรักล่ะก็.............มี" ใช่ ผมมี คนที่ผมรัก แต่ไม่อาจพูดออกไป
"เหรอ..............ฉันก็อยู่กะนายตลอด ทำไมไม่รู้เลยอะเนี่ย" คำพูดหยอกเย้า อาจเห็นแววตาวูบเศร้าของผมในตอนท้าย "แอบไปมีหลังฉันออกจากหอรึป่าว"
"เปล่า รักมานานแล้ว...........นานแล้ว" รักมาตั้งนานแล้ว ผมพูดออกไปแล้ว คำที่อยู่ในหัวใจ บอกไปให้ได้ยิน
.
.
.
แต่มันคงไม่ได้ยินไปถึงหัวใจของเขาหรอก กำแพงของคำว่า "เพื่อน" มันหนานัก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานในความคิด เราต่างไม่ได้พูดอะไรกันอีก ต่างคนก็นั่งดื่มไปเงียบๆ
"แล้วนายล่ะ หลังจากนั้นมีใครอีกรึป่าว"
" ไม่มี ทุกวันนี้เวลาให้ตัวเองยังไม่ค่อยจะมีเลย"
" อย่าหักโหมนักแล้วกัน เล่นเกมให้น้อยลงบ้างล่ะ"
" ฮาๆๆ นายนี่ยังบ่นเป็นพ่อเหมือนเดิมเลย"
" ฉันกลัวอีทึก จะไม่ได้นอน"
" -*- ฮันเกิง นายนี่มัน............."
.
.
.
ดีแล้วล่ะ สำหรับความสัมพันธ์แบบนี้ ให้ต่างคนต่างดูแล แค่ได้อยู่เคียงข้างกันก็พอ
ขอแค่อยู่ข้างๆ จนกว่าเขาจะได้เจอคนที่ รักเขา ได้มากพอ.....................มากกว่าที่ "เพื่อน" คนนี้จะรัก
End
......................................................................................................................................................................................
แหะๆ เอามือเกาหัวตัวเอง อายจัง มันรั่วๆเบลอๆ บ่งบอกถึงอารมณ์คนแต่งเลยใช่มั้ยค่ะ................ก้มรับชะตากรรมและคำแนะนำของทุกท่านนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน และขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ล่วงหน้าเลยนะคะ(จะมีคนอ่านรึป่าวยังมิรู้เลย)